ประกาศเจตนารมณ์ป้องกันเด็กจากสื่อออนไลน์ ในเวทีเสนอผลการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่12


“รู้เท่าอย่างสร้างสรรค์ รู้ทันอย่างปลอดภัย…เด็กไทยกับโลกออนไลน์” ซึ่งเป็นเวทีเสนอผลการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในเรื่องดังกล่าว ที่มีหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันวิชาการและเครือข่ายเด็กเยาวชนมาร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหาและหาทางออกร่วมกัน ทั้งเรื่องเด็กติดเกมส์ การกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ (cyberbully) และการล่อลวงทางโลกออนไลน์

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 โดยตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนพร้อมเครือข่ายที่ทำงานเรื่องนี้ได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนงานเพื่อลดผลกระทบจากสื่อออนไลน์ต่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว

โดยมีข้อเรียกร้องต่อทุกภาคส่วน 3 ประการคือ

1.ส่งเสริมให้ครอบครัวเป็นสถาบันหลักสร้างการเรียนรู้ให้เด็กรู้เท่าทันสื่อออนไลน์

2.ผลักดันการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปกป้องเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ปี 2560-2564

3.จัดให้มีสื่อทุกรูปแบบเผยแพร่ชุดข้อมูลความรู้ แนวปฏิบัติในเรื่องนี้สำหรับเด็กและบุคคลแวดล้อมเด็ก

นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก รพ.รามาธิบดี เสนอว่า รัฐและผู้ประกอบการควรลงทุนสร้างระบบและสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และควรจัดการโดยแบ่งกลุ่มอายุของเด็ก เช่น ก่อน 6 ปีไม่ควรเล่นอินเตอร์เน็ตด้วยตัวเองต้องเล่นกับผู้ใหญ่เท่านั้น ช่วง 6-12 ปีต้องอยู่บนแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย มีการให้เรทติ้งเกม มีแอพควบคุมเวลา search engine มีตัวกรองที่ดี ช่วง 9-12 ปีต้องสร้างความเท่าทันทางดิจิทัล (digital literacy) อายุ 13 ปีขึ้นไปจึงจะเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตแบบที่ผู้ใหญ่ใช้ได้

ในส่วนตัวแทนผู้ประกอบการ ตัวแทนจากเอไอเอส กล่าวว่า รัฐควรจัดหลักสูตรในโรงเรียนให้มีเรื่อง ความฉลาดทางดิจิทัล (DQ: Digital Intelligence Quotient) ซึ่งเป็นทักษะใหม่ที่จำเป็นสำหรับเยาวชนยุคนี้ ส่วนเอไอเอสนั้นทำเรื่องนี้ในหลายโครงการ รวมถึงมี AIS secure net ที่ป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์จำพวกลามกอนาจร อาวุธ ความรุนแรง สิ่งเสพติด การพนัน ซึ่งพ่อแม่สามารถให้ลูกใช้ได้

ขณะที่ตัวแทนจากดีแทค กล่าวว่า เมื่อต้นปีได้ปล่อยบททดสอบความเท่าทันโลกดิจิตัล (salfeinternetforkid.com) เพื่อให้เด็กแยกแยะความเสี่ยงได้และรู้ว่าต้องขอความช่วยเหลือจากใคร ตัวเองก็ไม่กระทำสิ่งไม่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นผู้ช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วย นอกจากนี้ยังเน้นการอบรมครูเพราะเชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีบทบาทหลักในการเป็นที่ปรึกษาและช่วยเด็กแก้ปัญหา

ในงานการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2562 ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ



โปรดแสดงความคิดเห็น
แชร์หน้านี้