ผลกระทบลูกโซ่ ความเครียดในเด็ก

จากรายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิดจากงานวิจัยในหลายประเทศพบว่า
กลุ่มโรคไม่ติดต่อทั้งหลาย (NCDs) อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคเส้นเลือดสมอง คือ กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งระบาดอยู่ทั่วโลกในขณะนี้
และเมื่อได้มีการศึกษาย้อนหลัง พบว่าความเสี่ยงนี้เกิดจากการสะสมระดับความเครียดที่ผิดปกติ ตั้งแต่ในวัยเด็ก (Toxic Stress) ไปจนถึงการมีบาดแผลทางใจในวัยเด็ก (Childhood Trauma)

ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในวัยผู้ใหญ่ก่อนวัยอันควร
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล  ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก รพ.รามาธิบดี เปิดเผยว่า
ภาวะผันผวนของเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ในโลกยุคดิสรัปชั่น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสถานะครอบครัว  โดยพบว่าเด็กในช่วง 6 ปีแรกที่เติบโตมาในภาวการณ์ที่ไม่เหมาะสม ได้รับประสบการณ์ที่เลวร้าย หรือ Adverse Childhood Experiences
อาทิ พ่อแม่ตีกัน ติดคุก ติดยา แตกแยก เป็นโรคจิตหลุด หรือว่าพ่อแม่เลี้ยงดูไม่เหมาะสม ทำร้ายทางอารมณ์ ทอดทิ้งทางอารมณ์ ทำร้ายร่างกาย และทำร้ายทางเพศ

รวมทั้งถูกกระตุ้นด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม จนก่อให้เกิดระดับความเครียดเป็นพิษ หรือ Toxic Stress เด็กเหล่านี้จะได้รับผลกระทบ โดยเติบโตมามีพัฒนาการที่ล่าช้า มีผลการเรียนแย่ มีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนในวัยรุ่น จนกลายเป็นปัญหาการเกิดโรคไม่ติดต่อทั้งหลาย (NCDs) ในวัยผู้ใหญ่

ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงเมื่อมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในปัจจุบัน นำมาสู่ปัญหาสาธารณสุข และพัฒนาการทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่

สำหรับวิธีการป้องกันในระดับทั่วไป ไม่ให้เกิดบาดแผลทางใจ คือ การลดความเสี่ยง ตั้งแต่ก่อนจะตัดสินใจอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว การเตรียมพร้อมในการตั้งครรภ์ และการเป็นพ่อแม่ที่ดี
เรียนรู้วิธีที่จะทำให้ครอบครัวเข้มแข็ง พร้อมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบในระยะยาว เมื่อเกิดปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข แล้วไปสร้างครอบครัวใหม่

ลูกหลานที่เกิดจากครอบครัวใหม่นี้ก็จะได้รับการถ่ายทอดให้ได้รับผลกระทบในแบบเดียวกันเป็นโลกผันผวนที่เกิดจากภาวการณ์บาดเจ็บทางใจของเด็ก

ดูคลิป


โปรดแสดงความคิดเห็น
แชร์หน้านี้